lnwshop logo

..โค้ด ๗๗..เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา เนื้อเงินลงยาสีเหลือง ปี 57 พร้อมกล่องครับ

..โค้ด ๗๗..เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา เนื้อเงินลงยาสีเหลือง ปี 57 พร้อมกล่องครับ
..โค้ด ๗๗..เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา เนื้อเงินลงยาสีเหลือง ปี 57 พร้อมกล่องครับ thumbnail 1..โค้ด ๗๗..เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา เนื้อเงินลงยาสีเหลือง ปี 57 พร้อมกล่องครับ thumbnail 2..โค้ด ๗๗..เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา เนื้อเงินลงยาสีเหลือง ปี 57 พร้อมกล่องครับ thumbnail 3..โค้ด ๗๗..เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา เนื้อเงินลงยาสีเหลือง ปี 57 พร้อมกล่องครับ thumbnail 4..โค้ด ๗๗..เหรียญเจริญพรบน หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา เนื้อเงินลงยาสีเหลือง ปี 57 พร้อมกล่องครับ thumbnail 5
รหัสสินค้า 766
หมวดหมู่ หลวงพ่่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม
ราคา 2,900.00 บาท
น้ำหนัก 0 กรัม
พระเครื่อง เหรียญเจริญพรบน
พระเกจิ หลวงพ่อสืบ
วัด วัดสิงห์
จังหวัด นครปฐม
พิมพ์ เจริญพรบน
วัสดุ เนื้อเงินลงยาสีเหลือง
รุ่น เจริญพร
ปี 2557
กว้าง ซม. 3
สูง ซม. 4
กล่อง มี
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 7 ก.ค. 2557
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชิ้น
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

พระเครื่อง: หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม  หลังยันต์เฑาะว์สีหราชา  

พิมพ์ : เจริญพรบน 

วัด: สิงห์

จังหวัด: นครปฐม

ปี: 2557

ขนาด: กว้าง 3 ซ.ม. สูง 4 ซ.ม

วัสดุ:   เนื้อเงินลงยาสีเหลือง

 กล่อง: มี

 

.........

 

ใหม่  พระเครื่อง

081-498-9235

...................

Line ID : mai-amulet
......................

  

 

WWW.MAI-AMULET.COM

.................................

ความหมายของยันต์เฑาะว์สีหราชา

ยันต์เฑาะว์ ยันต์นี้มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูง เพราะพระฤาษีผู้ทรงอภิญญาร่วมกันชักยันต์ขึ้นถึง 108 ตน

นอกจากจะใช้ป้องกันภูตผีปีศาจได้แล้ว ยังใช้แก้โรคภัยไข้เจ็บทั้งภายในและภายนอกได้อย่างดี

ยันต์นี้ถ้าจะเรียกให้ถูก คือ "ยันต์ฑ้อ" เกิดจากอักขร "ฑะ" แบบตัวอักษรเขมร แล้วมาทำการวน

และต้องอ่านออกเสียงแบบโบราณ เพราะเสียงไทยแบบโบราณ เจอตัวไหนจะให้อ่านอย่างนั้น

** หากวนกลมรอบตัวเองไปเรื่อยๆ จะเรียกว่า "ยันต์เฑาะว์มหาอุตม์"

** หากขดบนสลับล่าง จะเรียกว่า "ยันต์เฑาะว์มหาพรหม"

เกจิคณาจารย์โบราณหลายรูปจะเรียนวิชาและใช้ยันต์นี้กันแทบทั้งสิ้น อาทิ หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว, หลวงปู่แผ้ว วัดรางหมัน และเกจิสายนครปฐมอื่นๆ

หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่, หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่, หลวงปู่เสริฐ วัดโอภาษี, พระญาณไตรโลก(ฉาย) วัดพนัญเชิงวรวิหารม, หลวงปู่ทบ วัดชนแดน, หลวงพ่อตัด วัดชายนา ฯลฯ

แต่จากรูปในที่นี้ทางสายหลวงพ่อสืบ จะเรียกว่า "ยันต์เฑาะว์สีหราชา" เป็นยันต์ประจำตัวของหลวงพ่อครับ

 

 

พุทโธ หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ด้วยธรรม

ซึ่งกล่าวถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราสามารถใช้คำนี้เป็นคำบริกรรมเพื่อระลึกถึงพระพุทธองค์ ซึ่งเรียกว่า "พุทธานุสสติ"

คำว่า "พุทโธ" นี้ที่บอกว่ารู้ ตื่น เบิกบาน "รู้" คือรอบรู้หรือปัญญา "ตื่น" คือเห็นแจ้งสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง
"เบิกบาน" คือมีความสุขแช่มชื่นปราศจากกิเลสทั้งปวง ซึ่งแสดงนัยถึงพระปัญญาธิคุณและพระบริสุทธิคุณของพระพุทธองค์

 

 

 

คาถาพระเจ้า 16 พระองค์ : นะ มะ นะ อะ นอ กอ นะ กะ กอ ออ นอ อะ นะ อะ กะ อัง อุ มิ อะ มิ มะ หิ สุ ตัง สุ นัง พุท ธัง อะ สุ นะ อะ

ใช้สวดภาวนาสำหรับลงอักขระบนเครื่องรางของขลังต่าง ๆ นา ๆ เพื่ออิทธิฤทธิ์ ช่วยป้องกันภูตผีปีศาจต่าง ๆ สิ่งอัปมงคล สิ่งชั่วร้าย
ครั้นรวมถึงแคล้วคลาด ปลอดภัยจากภยันอันตรายต่างๆ ทั้งปวง สรรพคุณเป็นมหาอุตม์อยู่คงแก่อาวุธศาสตราทั้งปวง

 

ประวัติหลวงพ่อสืบ ปริมุตฺโต วัดสิงห์ จ.นครปฐม

ชาติภูมิ :
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (หลวงพ่อสืบ ปริมุตฺโต) ท่านเกิดที่บ้านตลาดบน ต.ท่ากระจับ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2475
ในครอบครัวอาชีพเกษตรกรรม มีบิดาชื่อนายชาญ มารดาชื่อ นางเพียร นามสกุล "ยอดยง"

การศึกษา :
หลวงพ่อสืบท่านได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดไทร จนจบชั้นประถม ชั้นมัธยมศึกษาได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเพิ่มวิทยา วัดกลางบางแก้ว จ. นครปฐม
จนจบชั้นมัธยมศึกษาท่านจึงได้สอบเข้าต่อโรงเรียนพลตำรวจ บางเขน ท่านได้ศึกษาเพิ่มเติมในการฝึกวิชาทหารท่าบุคคลมือเปล่า,
ฝึกการใช้อาวุธและท่องจำประมวลกฎหมายได้อย่างแม่นยำ จนสอบได้อันดับต้นๆ ของทางโรงเรียนพลตำรวจ

รับราชการตำรวจ :
ท่านเรียนจนจบการศึกษาจากโรงเรียนพลตำรวจ บางเขน ท่านจึงได้รับเลือกให้เข้าบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ ณ สถานีตำรวจลุมพินี กรุงเทพฯ
เมื่อหลวงพ่อสืบรับราชการอยู่ สน.ลุมพินีนั้น ท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคร่งครัด

เข้าเวรยามไม่เคยขาดออก ปราบปรามเหล่าโจรผู้ร้ายร่วมกับตำรวจรุ่นพี่ สมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จับนักเลงอันธพาลอย่างไม่เกรงกลัว
หลวงพ่อสืบท่านเป็นคนตรง ปฏิบัติราชการตำรวจมาได้ 3 ปี พบเห็นอะไรมากมาย ท่านรู้สึกเบื่อ เลยออกจากราชการตำรวจ เพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพักตร์

ครองเพศบรรพชิต :
เมื่อปี พ.ศ. 2497 ท่านอุปสมบท ณ วัดท่าใน ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยมีพระครูสิริวุฒาจารย์ (หลวงพ่อห่วง สุวัณโณ ) วัดท่าใน เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอาจารย์ ปิ่น วัดศรีษะทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการ ม้วน วัดไทร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "ทานรโต" หลังจากอุปสมบทแล้ว
ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดท่าใน ท่านได้ศึกษาธรรมและปฏิบัติรับใช้หลวงพ่อห่วงมาโดยตลอด

"หลวงพ่อห่วง องค์นี้เป็นเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคมแก่กล้ามาก เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านละแวกนั้น และท่านยังเป็นสหายธรรมกับ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
และ หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา แม้แต่หลวงพ่อเงินเองท่านก็ยังเคยกล่าวยกย่องในความสามารถของหลวงพ่อห่วง ให้ชาวบ้านแถว ต.ท่าพญา อ. นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้ฟัง
เมื่อครั้งที่ผู้ที่ศรัทธาในวัตถุมงคลได้เดินทางไปขอวัตถุมงคลกับหลวงพ่อเงิน หลวงพ่อเงินท่านมักจะออกปากว่า "คุณเลยของดีมาเสียแล้ว หลวงพ่อห่วง วัดท่าใน นั่นแหละของดี ของจริง ไปเอาที่นั่นเถอะโยม"

หลวงพ่อสืบ ท่านได้ปฏิบัติรับใช้หลวงพ่อห่วง วัดท่าใน ได้ 1 ปี ได้เรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อห่วงจนถี่ถ้วนและก้าวหน้าพอสมควร

รับราชการทหาร :
ขณะนั้นประเทศไทยเกิดสงครามและถูกรุกราน ท่านจึงคิดว่า "เป็นลูกผู้ชายต้องเป็นทหารกล้า" จากนั้นท่านจึงได้ลาสิกขาบทเพื่อไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนนายสิบทหารม้ายานเกราะรุ่น 5
(รุ่นเดียวกับ พ.ท.ทองสุข เก่งศิริ,พ.อ.นคร ธีระเนตร, พ.อ. ประสาน รักปทุม)

จบจากโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ท่านได้รับยศสิบโท ไปสังกัดกองพันทหารม้ายานเกราะสระบุรี มีนายคือ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ (สมัยนั้นท่านติดยศ พันโท)
พอถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองภายในประเทศ หลวงพ่อสืบ ท่านรับใช้ชาติมานานพอสมควร รับรู้รสชาติหมดทุกอย่างซึ่งมิใช่หนทางแห่งการสิ้นทุกข์

มีแต่ทุกข์เพิ่มขึ้นเหมือนอยู่ในวังวนแห่งกิเลส จึงตัดสินใจลาออกจากราชการทหาร โดยไม่ยึดติดกับลาภยศสรรเสริญ ซึ่งท่านมีโอกาสจะเลื่อนยศเป็นพันโท ถึง พันเอก ก็เป็นได้

 

ครองเพศบรรพชิต (2) :
หลวงพ่อสืบ ท่านได้เดินทางกลับไปยังท้องทุ่งท่าพระยา อ.นครชัยศรี เพื่อไปพบกับหลวงพ่อม้วนซึ่งสมัยบวชครั้งแรกเป็นคู่สวด ท่านได้ปรึกษากับ "หลวงพ่อม้วน"
ถึงการจะบวชอีกครั้ง และที่สำคัญครั้งนี้ หลวงพ่อสืบท่านจะใช้ชีวิตในการครองเพศบรรพชิตจนชีวิตจะหาไม่

เมื่อปี พ.ศ. 2514 ท่านได้อุปสมบท โดยมี พระครูอินทสิริชัย (หลวงพ่อม้วน อินทสุวัณโณ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการ ง้อ ปัญญาธโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ได้รับฉายาว่า "ปริมุตโต" ท่านจำพรรษาอยู่วัดไทร ท่านตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและปฎิบัติตามพระธรรมจนแตกฉาน

ปี พ.ศ. 2516 – 2517 ท่านสามารถสอบนักธรรมตรี-โท ได้โดยลำดับใน หลวงพ่อสืบท่านยังมุ่งมั่นที่จะศึกษาพระธรรมและภาษาบาลีต่อ

ปี พ.ศ. 2518 หลวงพ่อสืบท่านสอบนักธรรมเอกได้สำเร็จ ไม่เพียงแค่นั้นท่านยังได้ศึกษาวิชาและฝึกฝนไสยเวทย์วิทยาคม เพื่อให้ได้ระลึกถึงภูมิเก่าวิชาที่ได้รับมาจากหลวงพ่อห่วง วัดท่าใน
ทบทวนจนแม่นยำและเดินทางเพื่อไปศึกษาเพิ่มเติมจาก หลวงพ่อม้วน วัดไทร, หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม, หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร, หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว (วิชาตีเบี้ยแก้),
หลวงพ่อสุด วัดกาหลง, หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม, หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ฯลฯ

"หลวงพ่อม้วน" วัดไทร องค์นี้เป็นศิษย์พุทธาคมของพระครูอุตรการบดี หรือหลวงพ่อสุข วัดห้วยจรเข้ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชามาจาก "หลวงปู่นาค วัดห้วยจรเข้" ผู้สร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัด ได้ขลังและโด่งดัง
เป็นพระปิดตาอันดับหนึ่งของเมืองไทย หลวงพ่อม้วนเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อสุข หนึ่งในสาม อีกสององค์คือหลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร และหลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม หลวงพ่อม้วน วัดไทร องค์นี้ขลังแต่ดังเงียบ
วัตถุมงคลของท่านสร้างน้อย แจกยาก เลือกคนแจกไม่ได้ให้ง่ายๆ จึงไม่แพร่หลายแต่เหนียวเหลือเกิน"

"หลวงพ่อสืบ" ท่านได้ศึกษาวิชามาจากหลวงพ่อม้วนอีกทางหนึ่ง เมื่อมารวมกับหลวงพ่อห่วง วัดท่าใน แล้วก็มีวิชามามากพอตัว จัดว่าท่านเป็นศิษย์สืบสายวิชามาจาก "หลวงปู่นาค วัดห้วยจรเข้"
สหธรรมกับ "หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว" อัธยาศัยของหลวงพ่อสืบเป็นคนมีจิตใจนักเลงติดตัวมาตั้งแต่ครั้งเป็นฆราวาส จึงมีจิตใจแน่วแน่เด็ดเดี่ยว พูดอย่างไรทำอย่างนั้น ท่านเป็นพระใจดี มีเมตตา
ไม่แบ่งชนชั้น ท่านจึงมีลูกศิษย์อยู่ทั่วประเทศและต่างประเทศ

 

เลื่อนสมณศักดิ์:
วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2526 เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ได้แต่งตั้งหลวงพ่อสืบให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดสิงห์
มีเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ 3 งานสภาพวัดสิงห์ขณะนั้นร้างและทรุดโทรมขาดการบูรณะ หลวงพ่อสืบท่านจึงเริ่มมีการบูรณะอุโบสถ กุฏิสงฆ์
ขึ้นมาใหม่สร้างถนนเข้าวัดและรอบบริเวณวัดสิงห์เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้สัญจรเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกสบาย

ปัจจุบันหลวงพ่อสืบท่านยังได้จัดหากองทุนเพื่อช่วยในเรื่องการศึกษาให้แก่เด็กยากจน เพื่อให้ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ระดับชั้นประถมจนถึงระดับอุดมศึกษา
ในเขต อ.นครชัยศรี ปีๆ หนึ่งต้องใช้เงินมากกว่าแสนบาทเพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาให้เด็กยากจนจนถึงทุกวันนี้

 

ประสบการณ์ :
เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2552 ข้าพเจ้าและผู้รับเหมาอีกจำนวน 2 คน (ผู้รับเหมาคนหนึ่งขับ อีกคนนั่งข้างคนขับด้านหน้า ส่วนข้าพเจ้านั่งที่เบาะหลัง)
ได้ขับรถออกจากกรุงเทพฯ มุ่งตรงไป จ.ระยอง ไปตามทางบนถนนทางหลวงหมายเลข 7 ด้วยความเร็วสูงประมาณ 140 กม./ ชม. ซึ่งระหว่างทางฝนตกอย่างหนักมองทางไม่ชัดเจน
และข้าพเจ้าซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังสังเกตว่ามีรถใหญ่ชนิด 4 ล้อจะหลบจอดอยู่ข้างทาง ส่วนรถที่ยังแล่นอยู่บนท้องถนนจะเปิดไฟฉุกเฉิน แต่รถที่ข้าพเจ้านั่งไปนั้น ผู้ขับยังคงขับรถด้วยความ
เร็วสูง พร้อมทั้งยังขับฉวัดเฉวียนแซงซ้าย แซงขวามาตลอดทาง

จนถึงที่เกิดเหตุประมาณกิโลเมตร 38 -39 ขณะนั้นฝนเริ่มซาลง ผู้ขับได้ขับรถแซงรถคันหน้า โดยเปลี่ยนจากเลนซ้ายมาเลนขวา ก็มาเจอน้ำ ผู้ขับจึงได้ทำการห้ามล้อกะทันหัน
แต่เนื่องจากรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง จึงทำให้รถเสียหลัก พุ่งเข้าชนกับแท่งปูนกั้นกลางถนน จึงทำให้รถเสียหลักพลิกข้ามแท่งปูนกั้นกลางถนนทำให้คว่ำและกลิ้งกระแทก
ไปประมาณ สองตลบ (รถหงายท้องล้อชี้ฟ้า) ตกลงไปในร่องลึกกลางถนน และเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าซึ่งนั่งโดยสารมาในรถด้านหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส
(ผู้ขับและผู้นั่งด้านหน้าบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะมีเข็มขัดนิรภัยและAirbag)

จากนั้นมีพลเมืองดีเข้ามาทำการช่วยเหลือติดต่อมูลนิธิเพื่อนำข้าพเจ้าส่งที่ รพ. กรุงเทพ-พัทยา และส่งตัวต่อมาที่ รพ. ราชวิถี เพราะต้องผ่าตัดโดยด่วน
เนื่องจากกระดูกคอข้อที่ 5 และ 6 หัก ข้อที่ 7 เคลื่อนกดทับเส้นประสาท แต่ทีน่าแปลกคือร่าง กายภายนอกของข้าพเจ้าไม่พบบาดแผลใดๆเลย

ข้าพเจ้าพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ. ราชวิถีรวม 50 วัน (ออกจากโรงพยาบาล วันที่ 9 ต.ค. พ.ศ. 2552) ซึ่งขณะรักษาตัวอยู่นั้น
ผู้ที่มาเยี่ยมข้าพเจ้านั้น ต่างถามเป็นคำถามเดียวกันว่า "ข้าพเจ้ามีของดีอะไร ทำไมสภาพรถพังยับเยินและคอหักแต่ไม่ตาย"

ข้าพเจ้าได้แต่ตอบไปว่าตอนนั้นขณะเกิดเหตุข้าพเจ้าไม่ได้คิดถึงอะไร นอกจากพ่อแก้ว แม่แก้ว ช่วยลูกช้างด้วย แต่ถ้า
พูดถึงของดีที่ข้าพเจ้าพกติดตัวในวันนั้น ข้าพเจ้าพกตะกรุด หนังกลองตะโพน และ เหรียญรุ่นแรก ของหลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ ติดตัวเท่านั้น
(ส่วนคนนั่งเบาะด้านหน้าข้างคนขับพกเหรียญยันต์เฑาะห์เนื้อเงิน และ เหรียญหนุมาณเหินหาว ซึ่งปรากฏแผลแค่แผลเดียวบริเวณปากเป็นรอยแผลฉีก)

เครดิตข้อมูล : ชุมชนคนรักมีด / หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ

เครดิตรูปภาพ : เพจศิษย์หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ / รูปภาพจาก Google / เจ้าของภาพ

ขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่านและศึกษาอัตชีวประวัติเกจิอาจารย์ที่มีจริยวัตรและปฏิปทาที่งดงามอีกรูปหนึ่งของเมืองไทยครับ...ขอบคุณครับ

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม
ธ.กรุงไทย สาขารัฐสภา ออมทรัพย์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

หมวดหมู่พระทั้งหมด

สมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

เข้าร่วมร้านค้า

ร้านใหม่ พระเครื่อง
ร้านใหม่ พระเครื่อง
www.mai-amulet.com/
สมัครสมาชิกร้านนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษ

พระเครื่องมาใหม่

Go to Top